วิธีป้องกัน “เด็กติดเกม”

ลักษณะอย่างไรจึงเข้าข่ายเป็น “เด็กติด (คลั่ง) เกม?” เล่นเกมเกิน 3 ชั่วโมง ในแต่ละครั้ง เล่นเกมจนไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ไม่ยอมเรียน (มักชอบโดดเรียน) เล่นเกมจนผลการเรียนตกต่ำ เล่นเกมจนไม่มีเงิน หรือเล่นจนต้องขโมยเงินขโมยของ โกหกเพื่อที่จะได้เล่นเกม กระสับกระส่าย หงุดหงิดงุ่นง่าน หรือถึงขั้นอาละวาดหากไม่ได้เล่นเกม

ดังนั้น…ก่อนจะสายเกินไป เราจึงควรแสวงหาวิธี “ป้องกันไว้ก่อน” ดังเช่นข้อแนะนำต่อไปนี้
ชวนลูกคุยเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องเกม โดยอาจจะยกข่าวเกี่ยวกับภัยของเกม หรือให้ข้อมูลข้อเท็จจริง แล้วให้ลูกแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ (โดยเราอย่าจ้องแต่จะขัดคอ หรือตำหนิ) จากนั้นก็ร่วมกันหาข้อตกลง เช่น ควรเล่นเกมได้สัปดาห์ละกี่วัน ? วันละกี่ชั่วโมง ? รวมทั้งช่วยกันเลือกเกมที่สร้างสรรค์ และเหมาะสมกับวัยของลูก
ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในที่ ๆ พ่อแม่สอดส่องถึง เช่น ห้องรับแขก หรือห้องโถง และไม่ควรไว้ในห้องนอนหรือห้องส่วนตัวของลูก
ในหลาย ๆ กรณีของเด็กติดเกมนั้น เริ่มต้นจากการที่พ่อแม่ไม่เอาใจใส่มาตั้งแต่ต้น ด้วยอาจเห็นว่าเกมทำให้ลูกอยู่ติดบ้าน หรือลูกนั่งแต่หน้าคอมฯ ก็ดีจะได้ไม่ทำตัววุ่นวายรบกวนพ่อแม่ แต่ครั้นปล่อยไประยะหนึ่งจึงได้รู้ว่าลูกรักโดน “ภัย” จากเกมเล่นงานจนงอมแงมซะแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth